|
ริยาดุศศอลิฮีน : หะดีษที่ 12 ทำดีด้วยบริสุทธิ์ใจ ขับเคลื่อนก้อนหิน |
|
|
|
|
เขียนโดย อะบูมูซา
|
|
วันอาทิตย์ที่ 05 กรกฏาคม 2009 เวลา 17:43 น. |
|
หะดีษที่ 12 ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ็อลฯ) ได้เล่าผลตอบแทนการกระทำของชายสามคนที่ได้หลงเข้าไปในถ้ำและถูกก้อนหินปิดหน้าถ้ำ ทำให้ออกจากถ้ำไม่ได้ พวกเขาไม่สามารถที่จะทำสิ่งอื่นได้แล้วนอกจากขอดุอาอฺจากอัลลอฮฺ ด้วยความดีที่พวกเขาได้กระทำไว้ และความดีนั้มีอะไรบ้าง และเขาจะได้รับตอบแทนอย่างไรนั้น เชิญติดตามอ่านได้ وعن أبي عَبْد الرَّحْمَن عَبْدِ اللَّهِ بْنِ عُمَرَ بْنِ الْخطَّابِ، رضي الله عنهما قال: سَمِعْتُ رسول الله صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم يَقُولُ: «انْطَلَقَ ثَلاَثَةُ نفر مِمَّنْ كَانَ قَبْلَكُمْ حَتَّى آوَاهُمُ الْمبِيتُ إِلَى غَارٍ فَدَخَلُوهُ، فانْحَدَرَتْ صَخْرةٌ مِنَ الْجبلِ فَسَدَّتْ عَلَيْهِمْ الْغَارَ، فَقَالُوا : إِنَّهُ لا يُنْجِيكُمْ مِنْ الصَّخْرَةِ إِلاَّ أَنْ تَدْعُوا الله تعالى بصالح أَعْمَالكُمْ قال رجلٌ مِنهُمْ : اللَّهُمَّ كَانَ لِي أَبَوانِ شَيْخَانِ كَبِيرانِ ، وكُنْتُ لاَ أَغبِقُ قبْلهَما أَهْلاً وَلا مالاً فنأَى بي طَلَبُ الشَّجرِ يَوْماً فَلمْ أُرِحْ عَلَيْهمَا حَتَّى نَامَا فَحَلبْت لَهُمَا غبُوقَهمَا فَوَجَدْتُهُمَا نَائِميْنِ ، فَكَرِهْت أَنْ أُوقظَهمَا وَأَنْ أَغْبِقَ قَبْلَهُمَا أَهْلاً أَوْ مَالاً، فَلَبِثْتُ وَالْقَدَحُ عَلَى يَدِى أَنْتَظِرُ اسْتِيقَاظَهُما حَتَّى بَرَقَ الْفَجْرُ وَالصِّبْيَةُ يَتَضاغَوْنَ عِنْدَ قَدَمى فَاسْتَيْقظَا فَشَربَا غَبُوقَهُمَا . اللَّهُمَّ إِنْ كُنْتُ فَعَلْتُ ذَلِكَ ابْتِغَاءَ وَجْهِكَ فَفَرِّجْ عَنَّا مَا نَحْنُ فِيهِ مِنْ هَذِهِ الصَّخْرَة ، فانْفَرَجَتْ شَيْئاً لا يَسْتَطيعُونَ الْخُرُوجَ مِنْهُ. |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 05 กรกฏาคม 2009 เวลา 18:13 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
|
มารยาทของนักเรียน-นักศึกษา |
|
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2009 เวลา 05:42 น. |
|
มารยาทของผู้เรียน  ผู้เรียนจะต้องมีมารยาทและหน้าที่มากหมาย แต่สามารถรวบรวมได้ใน 10 ประการต่อไปนี้ หน้าที่ที่ 1 : เน้นในเรื่องความสะอาดของจิต ห่างไกลจากพฤติกรรมและลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ เมื่อความรู้เป็นการภักดีทางใจ เป็นการละหมาดภายในและการทำให้จิตเข้าใกล้อัลลอฮฺ การละหมาดจะถือไม่ว่าละหมาดถ้าไม่ได้ชะล้างความสะอาดจากภายนอกก่อน เช่นเดียวกันการภักดีภายในและการเสริมสร้างจิตใจด้วยความรู้จะถือว่าถูกต้องไม่ได้เว้นแต่ได้ชะล้างจากความสกปรกของพฤติกรรมและลักษณะที่ไม่เป็นที่พึงประสงค์ อัลลอฮฺได้ตรัสว่า إِنَّمَا الْمُشْرِكُونَ نَجَسٌ ความว่า : แท้จริงผู้กลับกลอกนั้นไม่สะอาด (อัต-เตาบะฮฺ : 9/28) เป็นข้อเตือนแก่ปัญญาว่าแท้จริงความสะอาดหรือความสกปรกนั้นไม่ได้เจาะจงเฉพาะสิ่งมองเห็นหรือสิ่งที่สัมผัสได้เท่านั้น ผู้กลับกลอก(มุชรีกีน)เนื้อตัวและเสื้อผ้าอาจจะสะอาดแต่สภาพภายใจของเขานั้นสกปรก –เพราจิตใจของเขาไม่บริสุทธิ- ความสกปรกหรือนาญิสนั้น เป็นสิ่งที่ต้องห่างไกลจากมัน และพฤติกรรมที่ชั่วร้ายนั้นยิ่งต้องห่างไกลเพราะมันสามารถนำมาซึ่งความหายนะแก่ตัวเราและทรัพยสินได้ |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2009 เวลา 13:43 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
انق كونچي شرڬا : فندهولوان |
|
|
|
|
เขียนโดย عبد القادري المنديلي
|
|
วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2009 เวลา 13:57 น. |
|
بسم الله الرحمن الرحيم سڬل فوجي ترتنتو باڬي الله تعالى توهن يڠ كتوڠڬالن اي فد ذات دان صفات دان فربواتن. دان مدهمدهن ممبري رحمة سرت ممبسركن دان مسجهتراكن اي اكن همباڽ دان نبيڽ دان رسولڽ يڠ فيليهن، دان اتس سكلين كالوارڬاڽ دان صحابتڽ دان يڠ مڠيكوت مريكئيت دڠن كباجيكن هيڠڬ هاري يڠ كمدين. |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 28 เมษายน 2009 เวลา 20:27 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
คำโอวาทแก่บุตรหลาน : หะดีษเฎาะอีฟและหะดีษมุุงกัรฺ |
|
|
|
|
เขียนโดย หะยีมุสตอฟา หะยสาอิ : อิบนุมุสตอฟา (เชิงอรรถ)
|
|
วันอังคารที่ 02 มิถุนายน 2009 เวลา 20:44 น. |
|
4 หะดีษเฎาะอีฟ (حديث ضعيف) คือ หะดีษที่มีผู้เล่าเป็นผู้ที่หลงลืมง่าย หรือเป็นผู้ที่ชอบพูดเท็จ หรือเป็นผู้ที่ชอบเล่านิทาน หรือเป็นผู้ที่ประพฤติตัวไม่ดี และเป็นผู้เล่าภายหลังจากรุ่นเศาะฮาบะฮฺลงมา หะดีษประเภทนี้จะเชื่อก็ได้ ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร 5. หะดีษมุงกัรฺ(حديث منكر) หรือหะดีษเมาฎูอฺ (حديث موضوع) เป็นหะดิษที่เชื่อไม่ได้ ปฏิบัติตามไม่ได้ เพราะเป็นหะดีษของผู้ที่ประสงค์ร้ายต่อศาสนาอิสลาม เช่น ชนยิว แต่งขึ้นมา
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 02 มิถุนายน 2009 เวลา 20:45 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
ริยาดุศศอลิฮีน : หะดีษที่ 11 ทำดีได้บุญ 700 เท่า |
|
|
|
|
เขียนโดย อะบูมูซา
|
|
วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2009 เวลา 06:36 น. |
|
หะดีษที่ 11 وَعَنْ أبي الْعَبَّاسِ عَبْدِ اللهِ بْنِ عبَّاسِ بْنِ عَبْدِ الْمُطَِّلب رَضِي الله عنهما، عَنْ رسول الله صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم ، فِيما يَرْوى عَنْ ربِّهِ ، تَبَارَكَ وَتَعَالَى قَالَ : «إِنَّ الله كتَبَ الْحسناتِ والسَّيِّئاتِ ثُمَّ بَيَّنَ ذلك : فمَنْ همَّ بِحَسَنةٍ فَلمْ يعْمَلْهَا كتبَهَا اللَّهُ تَبَارَكَ وَتَعَالَى عِنْدَهُ حسنةً كامِلةً وَإِنْ همَّ بهَا فَعَمِلَهَا كَتَبَهَا اللَّهُ عَشْر حَسَنَاتٍ إِلَى سَبْعِمَائِةِ ضِعْفٍ إِلَى أَضْعَافٍ كثيرةٍ ، وَإِنْ هَمَّ بِسيِّئَةِ فَلَمْ يَعْمَلْهَا كَتَبَهَا اللَّهُ عِنْدَهُ حَسَنَةً كامِلَةً ، وَإِنْ هَمَّ بِها فعَمِلهَا كَتَبَهَا اللَّهُ سَيِّئَةً وَاحِدَةً» متفقٌ عليه .
ความหมายหะดีษ รายงานจาก อะบู อัลอับบาส คือ อับดุลลอฮฺ อิบนุอับบาส อะนุ อับดุลมุฏฏอลิบ – รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา- จากที่ท่านเราะซูลุลลอฮฺ – ศ็อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม- ได้อธิบายความหมายในสิ่งที่ได้รับพระผู้อภิบาลของเขา –ตะบาเราะกะวะตะอาลา- โดยได้กล่าวว่า “แท้จริงอัลลอฮฺได้ทรงบันทึกกำหนดความดีและความไม่ดี”.. แล้วได้ให้รายละเอียดในสิ่งนั้นว่า .. “ผู้ใดตั้งใจที่จะกระทำในสิ่งที่ดีและไม่ได้กระทำ อัลลอฮฺ-ตะบาเราะกะวะตะอาลา-ก็จะทรงบันทึกที่พระองค์เป็นหนึ่งความดีที่ครบถ้วน และเมื่อตั้งใจแล้วและได้กระทำในความดีนั้น อัลลอฮฺก็จะบันทึกที่พระองค์เป็นจำนวนสิบความดีถึงเจ็ดร้อยเท่า จนหลายเท่าตัว และเมื่อตั้งใจจะกระทำในสิ่งที่ไม่ดีและไม่ได้กระทำในสิ่งนั้น อัลลอฮฺก็จะบันทึกที่พระองค์ด้วยความดีหนึ่งความดี และถ้าตั้งใจกระทำความชั่วและได้กระทำในความชั่วนั้น อัลลอฮฺก็จะบันทึกความชั่วหนึ่งความชั่ว” มุตตะฟะกุนอะลัยฮฺ (ทั้งอัลบุคอรีย์และมุสลิมได้บันทึกพ้องกัน) |
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 02 มิถุนายน 2009 เวลา 20:23 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
|
|
|
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
|
หน้า 4 จาก 8 |