ตัฟซีรฺ : ดร.อิสมาอีล ลุตฟี

Make sure you have at least Flash Player 7. If not,please download.

รวมบลอกใน gotoknow.org
มารยาทของนักเรียน-นักศึกษา PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2009 เวลา 05:42 น.

มารยาทของผู้เรียน 

                 ผู้เรียนจะต้องมีมารยาทและหน้าที่มากหมาย แต่สามารถรวบรวมได้ใน 10 ประการต่อไปนี้ 

                 หน้าที่ที่ 1 : เน้นในเรื่องความสะอาดของจิต ห่างไกลจากพฤติกรรมและลักษณะที่ไม่พึงประสงค์

                 เมื่อความรู้เป็นการภักดีทางใจ เป็นการละหมาดภายในและการทำให้จิตเข้าใกล้อัลลอฮฺ การละหมาดจะถือไม่ว่าละหมาดถ้าไม่ได้ชะล้างความสะอาดจากภายนอกก่อน เช่นเดียวกันการภักดีภายในและการเสริมสร้างจิตใจด้วยความรู้จะถือว่าถูกต้องไม่ได้เว้นแต่ได้ชะล้างจากความสกปรกของพฤติกรรมและลักษณะที่ไม่เป็นที่พึงประสงค์

                 อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
                 
إِنَّمَا الْمُشْرِكُونَ نَجَسٌ
                
ความว่า : แท้จริงผู้กลับกลอกนั้นไม่สะอาด (อัต-เตาบะฮฺ : 9/28)

                เป็นข้อเตือนแก่ปัญญาว่าแท้จริงความสะอาดหรือความสกปรกนั้นไม่ได้เจาะจงเฉพาะสิ่งมองเห็นหรือสิ่งที่สัมผัสได้เท่านั้น ผู้กลับกลอก(มุชรีกีน)เนื้อตัวและเสื้อผ้าอาจจะสะอาดแต่สภาพภายใจของเขานั้นสกปรก –เพราจิตใจของเขาไม่บริสุทธิ- ความสกปรกหรือนาญิสนั้น เป็นสิ่งที่ต้องห่างไกลจากมัน และพฤติกรรมที่ชั่วร้ายนั้นยิ่งต้องห่างไกลเพราะมันสามารถนำมาซึ่งความหายนะแก่ตัวเราและทรัพยสินได้ 

                หน้าที่ที่ 2 : จะต้องลดความสัมพันธ์กับโลกภายนอก

                ความสัมพันธ์กับโลกภายนอกจะทำให้จิตใจไม่ว่างและต้องจัดการกับมัน

                อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
                
مَّا جَعَلَ اللَّهُ لِرَجُلٍ مِّن قَلْبَيْنِ فِي جَوْفِهِ
              
ความว่า : อัลลอฮฺไม่ได้สร้างแก่บุคคลคนหนึ่งนั้นมีสองจิตอยู่ภายในเขา (อัล-อัฮฺซาบ : 33/4)

               ถ้าความคิดถูกแจกจ่ายไปในที่ต่างๆแล้ว ความสามารถในการรับรู้ก็จะลดลง ดังคำกล่าวที่ว่า “ความรู้จะไม่ให้อะไรแก่เจ้าส่วนหนึ่งส่วนใดเลย เว้นแต่เจ้าจะให้แก่มันทั้งหมดของเจ้า” ความคิดที่กระจ่ายไปในที่หลากหลายก็เหมือนลำธารที่มีน้ำแตกกระจาย ส่วนหนึ่งของน้ำก็จะถูกดูดซับลงไปในดินและอีกส่วนหนึ่งระเหยเข้าไปในอากาศ ก็จะเหลือไปยังพื้นที่เพาะปลูกเพียงส่วนน้อยเท่านั้น  

                หน้าที่ที่ 3 : ไม่หยิ่งกับผู้รู้ และไม่สั่งครูแต่ต้องเชื่อฟังครูทุกอย่างและทุกข้อปลีกย่อย

                นักเรียนจะต้องเชื่อฟังครูเหมือนกับคนป่วยที่ต้องเชื่อฟังหมออย่างเคร่งครัด และต้องนบน้อมถ่อมตนต่อครู  แสวงหาความดีความชอบและความมีเกียรติด้วยการรับใช้ครู อัชชะอฺบี ได้กล่าวว่า “ไซด์อิบนุซาบิต ได้ละหมาดญะนาซะฮฺ ... อิบนุอับบาสได้กล่าวว่า : “อย่างนี้แหละที่พวกเราถูกใช้ให้ทำกับบรรดาผู้รู้และผู้อวุโส” ไซด์อิบนุซาบิต ก็ได้จูบมืออิบนุอับบาส และกล่าวว่า “อย่างนี้แหละที่พวกเราถูกใช้ให้ทำกับครอบครัวของนบีเรา (ศอลฯ)”.

               นักศึกษาไม่สมควรที่จะหยิ่งกับครู ถ้านักเรียนผู้ใดเย่อหยิ่งกับครู เสมือนกับว่าเขารังเกียจในสิ่งที่มีประโยชน์ เว้นแต่ผู้ที่อยู่ในสภาพที่เกือบสิ้นลมหายใจ คือมีสายตาแห่งความโง่เขาครอบงำเขาอยู่  เพราะความรู้คือปัจจัยหลักที่จะนำสู่ความสำเร็จและความสุข ผู้ใดยิ่งหนีจากวามหายนะทั้งเจ็ดเขาก็จะพบกับความสูญเสีย ไม่สามารถแยกแยะได้ว่า อะไรเป็นเรื่องชี้นำสู่สิ่งที่มีเกียรติและอะไรเป็นเรื่องชีนำสู่ความว่างเปล่า

               ความรู้ได้หลงหายจากคนมุมิน เมื่อพบเห็นก็จงรีบกอบโกย  และจงเดินตามผู้ได้ประสบกับมัน มีผู้กล่าวว่า ..ความรู้คือสงครามของผู้เย่อหยิ่ง  เหมือนกับสายน้ำคือสงครามกับที่สูง ความรู้ไม่สามารถแสวงหาได้เว้นแต่ด้วยการถ่อมตนและการเปิดหูฟัง

               อัลลอฮได้ตรัสว่า ..
              إِنَّ فِي ذَلِكَ لَذِكْرَى لِمَن كَانَ لَهُ قَلْبٌ أَوْ أَلْقَى السَّمْعَ وَهُوَ شَهِيدٌ 
             ความว่า : แท้จริงในการนั้น แน่นอนย่อมเป็นข้อตักเตือนแก่ผู้มีหัวใจ หรือรับฟังโดยที่เขามีความตั้งใจจริง (กอฟ : 50/37)    

             นั้นหมายถึงจิตต้องพร้อมที่จะยอมรับความรู้อย่างเข้าใจ ความสามารถในการทำความเข้าใจจะไม่เกิดขึ้นถ้าไม่เปิดหูฟัง จิตต้องมาพร้อมที่จะรับทุกอย่างที่ครูให้ รับด้วยความตั้งใจ ถ่อมตน รู้สึกในบุญคุณอย่างมีความสุข และรู้สึกเป็นเกียรติ  นักเรียนกับครูของเขาให้เปรียบเสมือนกับดินที่แห้งสนิทเมื่อน้ำฝนโปรยลงมาก็จะดูดซับน้ำทั้งหมด อะไรที่ครูสอนต้องทำตามทุกอย่าง ถ้าเขาแนะนำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ละมันเสีย จดจำในสิ่งที่ผิดนั้นเป็นบทเรียน

              ท่านอาลี รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า “ส่วนหนึ่งของสิทธิของผู้รู้คือจะไม่ถามมากจนเกินไป ไม่คาดคั้นเอาคำตอบ อย่าตำหนิเมื่อเขาขี้เกียจ ไม่เผยแพร่ความลับของเขา ไม่ลอกลวง ไม่ขอให้ครูผิดพลาด ถ้าผิดพลาดก็ให้อภัย ยกย่องเขา ให้เกียรติเขา ตราบใดที่เขายังอยู่บนความภักดีต่ออัลลอฮฺ ไม่นั่งหน้าเขา เมื่อเขาต้องการต้องรีบเร่งรับใช้” 

                หน้าที่ที่ 4 : พึงระวังการคาดเดาในความรู้

                การคาดเดาในความรู้เป็นจุดเริ่มต้นของความแตกต่างทางความคิด ไม่ว่าจะเป็นทัศนะที่เป็นความรู้ทางโลกหรือความรู้ในเรื่องศาสนา เพราะบางครั้งการการคาดจะสร้างความฉงนงุ่นงงทางความคิด นำไปสู่การชะงักในเรื่องความเห็นและหมดหวังในการรับรู้ ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องมั่นใจในหนทางที่ถูกต้อง จากนั้นจึงค่อยแตกแยกสู่ความเห็นที่ปลีกย่อย 

               หน้าที่ที่ 5 : อย่าได้ถือความรู้ว่าเป็นศิลป

               ความรู้ต้องดูที่เจตนารมณ์และเป้าหมายของมัน ถ้ามีอายุยืนยาวและสามารถที่จะศึกษามันได้ก็จงแหวกว่ายในความรู้ ถ้าไม่มีเวลามากพอก็จงเลือกสิ่งที่จำเป็น ความรู้ส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวข้องกันและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ความรู้สามารถที่จะแก้ปัญหาต่างๆที่เราไม่รู้ได้ มนุษย์เป็นศัตรูในสิ่งที่เขาไม่รู้

               อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
               
وَإِذْ لَمْ يَهْتَدُوا بِهِ فَسَيَقُولُونَ هَذَا إِفْكٌ قَدِيمٌ
           
 ความว่า : และเมื่อพวกเขา(พวกปฏิเสธศรัทธา) มิได้รับการชี้แนะทางด้วยอัลกุรอาน ดังนั้นพวกเขาจึงกล่าวว่า นี่คือเรื่องโกหกแต่ดั้งเดิม (อัลอัหกอฟ : 46/11)

             กวีผู้หนึ่งได้กล่าวว่า ผู้ใดรู้สึกข่มที่ริมฝีปากเขาก็คือคนป่วย  แต่ความข่มพบได้จากน้ำเมา

             ความรู้ศาสนาลำดับความสำคัญของมันถ้าไม่นำบุคคลเข้าใกล้อัลลอฮฺ ก็ช่วยเหลือให้ปรับเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสู่พฤติกรรมที่พึงประสงค์ ความสำคัญของมันคือ การเข้าใกล้หรือออกห่างตามที่เข้าใจ การจดจำในเรื่องศาสนาเหมือนการจดจำในสัญญาและเงินทุน ทุกอย่างมีความสำคัญของมัน และความสำคัญก็ขึ้นอยู่ผลบุญในวันอะคีเราะฮฺถ้าการศึกษานั้นทำเพื่ออัลลอฮฺ 

             หน้าที่ที่ 6 : อย่านับทุกอย่างที่เป็นศิลปเป็นความรู้

             ต้องลำดับความสำคัญชีวิต คนเราไม่สามารถที่จะศึกษาได้ทุกวิชา ดังนั้นควรหาและผูกมัดกับวิชาที่สำคัญที่สุด และวิชาอื่นๆ เพียงพอกับการได้รับรู้เท่านั้น สำหรับความรู้ที่ควรตั้งใจแสวงหาอย่างจริงจังเพราะเป็นความรู้ที่เสริมสร้างวิชาอื่นให้สมบูรณ์ คือ ความรู้ที่เกี่ยวกับวันอะคีเราะฮฺ  ไม่ได้รวมถึงความรู้ที่ได้จากการสืบทอดอย่างรวดเร็ว และไม่ได้หมายถึงความรู้ที่ได้จากการสนทนา ปภิปราย หรือการโต้เถียง ความรู้ลักษณะนี้เป็นลักษณะของแสงสว่างที่อัลลอฮฺได้ดลบันดาลให้บุคคลชำระล้างจิตให้สะอาดด้วยความพยายามภายใน จนกระทั่งถึงลำดับขั้นอิมาน ท่านอุมัรฺ(รอฎิฯ)ได้ยืนยันในรายงานที่เชื่อถือได้ว่า เมื่อชั่งอิมานของท่าน อะบูบักรฺ(รอฎิฯ) แล้วจะหนักว่าอิมานของทุกคนบนโลกนี้ 

              สรุป คือ ความรู้ที่ดีที่สุดมีเกียรติที่สุด คือ ความรู้ให้รู้จักอัลลอฮฺ อัซซาวะญัล เป็นความรู้ที่กว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด และมนุษย์ที่มีความรู้มากที่สุดคือบรรดานบี แล้วผู้เดินตามแนวทางของท่าน 

              หน้าที่ที่ 7 : ไม่ศึกษาหาความรู้ใดลึกเกินไปจนทำให้ความรู้ที่สำคัญเลือนหายไป

               เพราะความรู้นั้นมีระดับขั้นของมันตามความจำเป็น และในแต่ละความรู้นั้นจะเชื่อมโยงต่อกัน ดังนั้นการรักษาระดับขั้นของมันเป็นสิ่งจำเป็น ความรู้ในแต่ละขั้นนั้นเป็นพื้นฐานที่จะสู่ระดับต่อไป  ไม่ควรตัดสินว่าความรู้ไม่ดีหรือไม่ถูกต้องด้วยเหตุผลการถดถอยของผู้สืบถอดหรือผู้สืบทอดเพียงคนสองคนที่ไปกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ละทิ้งความรู้นั้นๆเพราะผู้นำในเรื่องนั้นไม่ปฏิบัติตามความรู้ที่เขามีอยู่ ท่านจะเห็นว่าหลายคนที่ละทิ้งความคิดดีๆและฉลาดๆ ทั้งๆที่ถ้าเรื่องนั้นมาจากพื้นฐานที่ถูกต้องก็จะพบแนวทางที่หลากหลาย ท่านจะพบว่าหลายคนคิดว่านักศึกษาแพทย์นั้นไม่ถูกต้องเพราะได้เห็นความผิดพลาดที่พบจากแพทย์เพียงคนเดียว บางคนเชื่อว่าการทำนายของโหรเป็นสิ่งที่ถูกต้องเพราะความบังเอิญที่เกิดขึ้นจากการทำนายของโหรบางคน และทุกอย่างมันผิดทั้งที่ควรศึกษาจากสิ่งนั้นในเนื้อตัวของมัน ความรู้ทุกอย่างไม่ขึ้นอยู่กับบุคคลที่เกี่ยวข้องเสมอไป ท่านอะลี-รอฏิฯ- ได้กล่าวว่า “เจ้าอย่าเรียนรู้ความจริงจากการเรียนรู้ตัวบุคคล จงเรียนรู้ความจริงแล้วเจ้าจะรู้จักบุคคลในเรื่องนั้นๆ” 

                 หน้าที่ที่ 8 : จะต้องรู้ความรู้ใดเป็นความรู้ที่มีเกียรติกว่า

                 ความมีเกียรติของความดูได้จากสองอย่าง คือ อย่างแรกดูจากผลของมัน อย่างที่สองดูจากแหล่งอ้างอิงและความน่าเชื่อถือของแหล่งอ้างอิงนั้น อย่างเช่น ความรู้ศาสนากับความรู้ทางการแพทย์ จะเห็นว่าผลของความรู้ศาสนานั้น คือ ชีวิตที่ถาวร แต่ผลของความรู้ทางการแพทย์นั้น คือ ชีวิตในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น ความรู้ศาสนาย่อมมีเกียรติกว่า คณิตศาสตร์กับโหราศาสตร์ จะเห็นว่าคณิตศาสตร์เป็นความรู้ที่น่าเชื่อถือกว่าเพราะสามารถพิสูจน์เห็นได้ชัด  และความรู้ที่มีเกียรติที่สุดคือความรู้ทำให้รู้จักอัลลอฮฺ มะลาอิกะฮฺ คัมภีร์และบรรดาเราะซูลของพระองค์ และความรู้ที่เกี่ยงข้องกับความรู้เหล่านี้ 

               หน้าที่ที่ 9 : ผู้เรียนต้องตั้งใจวิเคราะห์ในเนื้อหาของความรู้ที่เรียนมาและสร้างเสริมคุณค่าของมัน

               เรียนรู้เพื่อหาความรู้ที่นำสู่ความใกล้ชิดอัลลอฮฺ(สุบหานะหุ) ขัดเกลาสู่การเป็นบุคคลที่มีความยำเกรงสูง ไม่ใช่ตั้งความหวังจากการเรียนรู้เพื่อความโอหัง เพื่อทรัพยสินเงินทอง เพื่อเกิรยติยศ เพื่อเดินผ่านหน้าคนโง่เขลา หรือเพื่อภาพลักษณ์ที่สวยงามในหมู่เพื่อนหรือญาติสนิท ด้วยเหตุนี้จงอย่ามองด้วยสายตาที่ดูถูกต่อวิชาความรู้ต่างๆ เช่น ความรู้ฟาตาวา(ศาสนวินิจฉัย) ความรูไวยกรณ์ ความรู้เรื่องภาษาที่เกี่ยวกับอัลกุรอานและหะดีษนบี และความรู้อื่นๆ ที่เป็นความรู้ให้เลือกเรียนหรือฟัรฎูกิฟายะฮฺ อย่าเข้าใจผิดคิดว่าความรู้ในเรื่องวันสิ้นโลก(อะคีเราะฮฺ)สูงส่งกว่าความรู้เหล่านี้

             ผู้รับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่ายในการศึกษาหาความรู้ก็เหมือนผู้รับผิดชอบในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการออกไปรบ มีผู้สู้รบกัน บางคนสูญเสีย บางคนต้องได้รับการดูแล บางคนเฝ้ารักษาทรัพย์สินและผูกมัดกับสิ่งนั้น แน่นอนไม่มีผู้ใดที่ห่างไกลจากการได้รับส่วนบุญถ้า จริงๆแล้วเขาทำไปเพื่อยกย่องคำของอัลลอฮฺมิใช่หวังทรัพย์สินที่ได้จากสงคราม เช่นเดียวกันกับผู้รู้

             อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
              
يَرْفَعِ اللَّهُ الَّذِينَ آمَنُوا مِنكُمْ وَالَّذِينَ أُوتُوا الْعِلْمَ دَرَجَاتٍ
        
ความว่า : อัลลอฮฺจะทรงยกย่องเทอดเกียรติแก่บรรดาผู้ศรัทธาในหมู่พวกเจ้า และบรรดาผู้ได้รับความรู้หลายชั้น
(อัลมุญาดะละฮฺ : 58/11)

             และพระองค์กล่าวอีกว่า
            
هُمْ دَرَجَاتٌ عِندَ اللّهِ
        
ความว่า : พวกเขาเหล่านั้นมีหลายระดังขั้น ณ อัลลอฮฺ (อาลิอิมรอน : 3/163)

             ความดีความของที่ได้รับแล้วแต่สภาพ อย่าคิดว่าถ้าได้ตกลงจากสภาพที่ดีนั้นเป็นการตกลงจากสภาพที่ควรได้รับแล้ว แท้จริงนั้นฐานะที่สูงที่สุดคือบรรดานบี จากนั้นก็เป็นบรรดาวอลี แล้วอุลามาอฺผู้รอบรู้ยึดมั่นในความรู้นั้น แล้วก็คนศอลิฮฺ(คนดี) ตามลำดับขั้น

              อัลลอฮฺได้ตรัสว่า
              
فَمَن يَعْمَلْ مِثْقَالَ ذَرَّةٍ خَيْراً يَرَهُ  وَمَن يَعْمَلْ مِثْقَالَ ذَرَّةٍ شَرّاً يَرَهُ 
            
ความว่า : ดังนั้นผู้ใดกระทำความดีหนักเท่าละอองธุลี เขาก็จะเห็นมัน ส่วนผู้ใดกระทำความชั่วหนักเท่าละอองธุลีเขาก็จะเห็นมัน (อัลซัลซิละฮฺ : 99 /7-8)

              ความรู้ในที่นี้ตามที่อัลลอฮฺต้องการคือความรู้ที่ให้ประโยชน์และยกเชิดชูพระองค์ 

             หน้าที่ที่ 10 : พึงรู้ไว้ระดับความแตกต่างระหว่างความรู้กับสิ่งที่คาดหวัง

              ความรู้ให้ถือเสมือนสิ่งที่สูงอยู่ใกล้กับไกล สิ่งสำคัญกับสิ่งอื่นๆ  สำคัญในที่นี้หมายถึงสิ่งที่สำคัญสำหรับท่าน และไม่มีสิ่งใดสำคัญสำหรับท่านเลยนอกจากความต้องการของท่านต่อโลกนี้และโลกหน้า ถ้าท่านไม่สามารถที่จะรวบรวมระหว่างความสุขบนโลกนี้กับความสงบสุข(นิอฺมัต)ในวันอะคีเราะฮฺอย่างที่อัลกุรอานได้แจ้งไว้และความกระจ่างตามที่สายตาได้มองเห็น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมั่นคงถาวร เมื่อเป็นเช่นนี้โลกใบนี้ก็คือบ้าน ร่างกายก็คือพาหนะ และการงานคือการเดินทางสู่เป้าหมาย เป้าหมายไม่ใช่อื่นใดนอกจากการได้เจออัลลอฮฺ และ ณ ที่นั้นจะมีความสุขสบายทุกอย่าง แม้ว่ามีคนไม่มากนักที่จะรู้จักในสิ่งนี้ขอให้ไตรตรองในสิ่งเหล่านี้เป็นประการแรก และรับคำตักเตือนที่สูงส่งที่เกิดขึ้นอย่างไร้สิ่งตอบแทน และคำตักเตือนนี้จะไม่มีผู้ใดได้รับเว้นแต่เขาจะมีความพยายามยินยอมรับโดยห่างไกลจากการสนองตอบอารมณ์ใฝ่ต่ำ และนี้เป็นสิ่งเพียงพอสำหรับหน้าที่ของผู้เรียน

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2009 เวลา 13:43 น.
 

ขับเคลื่อนโดย almustofa.com. Valid XHTML and CSS.