ตัฟซีรฺ : ดร.อิสมาอีล ลุตฟี

Make sure you have at least Flash Player 7. If not,please download.

รวมบลอกใน gotoknow.org
ตัฟซีรฺ อิบนุกะษีรฺ : สูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ (1) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2009 เวลา 09:28 น.

 

zسورة البقرة

สูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ

(วัวตัวเมีย)

สูเราะฮฺ มะดานียะฮฺ[1]

สูเราะฮฺที่ 2 ทั้งหมด 286 อายะฮฺ

 

ความสำคัญของสูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ

          อิมาม อะหฺมัด มุสลิม อัตติรมีซี และอันนะซาอี ได้บันทึกไว้ว่า..รายงานจาก สูไฮล์ อิบนุ ชาลิฮฺ จาก บิดาของท่าน จาก อะบูฮุร็อยเราะฮฺ (รอฎิฯ) ว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ (ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า ..

"لَا تَجْعَلُوا بُيُوتَكُمْ مَقَابِرَ وَإِنَّ الْبَيْتَ الَّذِي تُقْرَأُ فِيهِ ‏ ‏الْبَقَرَةُ ‏ ‏لَا يَدْخُلُهُ الشَّيْطَانُ "

        พวกเจ้าจงอย่าทำให้บ้านของพวกเจ้าเป็นสุสาน(กุบูร) แท้จริงบ้านที่ข้างในบ้านอ่านอัลกุรอานสูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ ชัยฏอนจะไม่เข้าไปในบ้าน

       รายงานจากอับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสอูด ว่า ท่านรอซูลุลอฮฺ (ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า ..

"لا ألفين أحدكم يضع إحدى رجليه على الأخرى يتغنى ويدع سورة البقرة يقرؤها فإن الشيطان يفر من البيت تقرأ فيه سورة البقرة وإن أصغر البيوت الجوف الصفر من كتاب الله"

        "อย่าให้ฉันได้รับรู้คนใดคนหนึ่งของพวกเจ้าวางขาข้างหนึ่งของเขาบนขาอีกข้างหนึ่งแล้วร้องเพลง ละทิ้งการอ่านสูเราะฮฺอัล-บุเกาะเราะฮฺ เพราะชัยฏอนจะวิ่งหนีจากบ้านที่อ่านสูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ และแท้จริงบ้านที่ศูนย์เปล่าคือบ้านที่ว่างเปล่าจากการอ่านคัมภีร์ของอัลลอฮฺ" (บันทึกโดย อันนะซาอี ในหนังสือ อัลเยามวะลัยละฮฺ)

        อับดุลลอฮฺ อิบนุ อัสอูด ได้กล่าวว่า "ใครอ่านสิบอายะฮฺจากสูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ ในค่ำคืนใด คืนนั้นชัยฏอนจะไม่เข้าไปในบ้านของเขา คือ สี่อายะฮฺแรกในสูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ  อายะฮฺกุรชีและสองอายัตหลังจากนั้น และสามอายัตสุดท้ายในสูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราฮฺ"

         และในอีกรายงาน กล่าวว่า "ในวันนั้นชัยฏอนจะไม่เข้าใกล้เขาและญาติที่ใกล้ชิดเขา ไม่มีสิ่งใดเกลียดเขา และถ้าอ่านสูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราฮฺนี้แก่คนบ้า คนบ้าจะหายจากอาการบ้า"

         อัตตัรมีซี อันนะซาอี และอิบนุมาญะฮฺ ได้บันทึกไว้ว่า.. รายงานจากอะบูฮุร็อยเราะฮฺว่า..

          "ท่านรอซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) ได้แต่งตั้งตัวแทนกลุ่มหนึ่ง และได้ตรวจสอบบรรดาตัวแทนเหล่านั้น โดยได้ตรวจสอบที่ละคน คือ ตรวจสอบว่าผู้ใดได้ท่องอะไรบ้างในอัลกุรอาน ครั้งถึงคนที่มีอายุน้อยที่สุด ท่านกล่าวว่า..

    "ما معك يا فلان" (เจ้ามีอะไรบ้าง ?)

      ชายคนนั้นก็ตอบว่า ฉันได้ท่องนั้น ท่องนี้ และสูเราะฮฺ อัลบะเกาะเราะฮฺ

      ท่านรอซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) ก็ได้ถาม(ย้ำ)ว่า ..

     "أمعك سورة البقرة" (เจ้าท่องสูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺหรือ?) ชายคนนั้นก็ตอบว่า "ใช่" ท่านรอซูลลุลลอฮฺ กล่าวว่าแก่ชายคนนั้นว่า

     "اذهب فأنت ميرهم" (จงไปและเจ้าคือผู้นำของพวกนั้น)

      ชายที่มีอายุดีกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นได้กล่าวกับนบีว่า

     "ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ไม่มีสิ่งใดที่จะห้ามฉันจากการศึกษาสูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺนอกจากฉันกลัวว่าฉันไม่สามารถกระทำตามได้"

       ท่านนบีตอบว่า

  "تعلموا القرآن واقرؤوه فإن مثل القرآن لمن تعلمه فقرأ وقام به كمثل جراب محشو مسكاً يفوح ريحه في كل مكان ومثل من تعلمه فيرقد وهو في جوفه كمثل جراب أوكى على مسك"

     "พวกเจ้าจงศึกษาอัลกุรอานและอ่าน(ท่อง)มันเสีย คนที่ศึกษาอัลกุรอาน อ่าน(ท่อง)และปฏิบัติตาม เสมือนถุงที่บรรจุด้วยวัตถุที่มีกลิ่นห้อม(มิสกฺ)ให้กลิ่มหอมกระจ่ายไปทั่ว และคนที่ศึกษาอัลกุรอาน กลับนอน(ไม่นำอัลกุรอานไปปฏิบัติ)ทั้งที่อัลกุรอานมีอยู่ในตัวเขา เสมือนถุงที่มีวัตถุให้กลิ่นห้อมแต่ปิดมัน" (ในบันทึกของ อัตตัรมีซี หะดีษนี้เป็นะหะดีษหะสัน(ดี))[2]

         อัลบุคอรี ได้บันทึกไว้ว่า อัลลีซ ได้กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก ยะซีด อิบนุ ฮาซ จากมุฮัมมัดอิบนุอิบรอฮีม จาก อะซีด อิบนุ หุไดร์ (รอฎิฯ) ได้กล่าวว่า 

      "คืนหนึ่งระหว่างที่เขาอ่านอัลกุรอานสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺอยู่ - ม้าของเขาผูกไว้ใกล้ๆ- อยู่ๆม้าของเขาดิ้นไปดิ้นมา เขาก็หยุดอ่าน ม้าก็หยุด เขาก็อ่านต่อ ม้าก็ดิ้นต่อ เขาก็เดินจากไปยัง ยะหฺยา ลูกชายของเขาอยู่ใกล้ม้า ด้วยความรักและความเป็นห่วงลูกจึงไปเอาลูก เมื่อเขาเงยหัวขึ้นดูบนท้องฟ้าก็เห็นสิ่งที่ทำให้ม้าดิ้นไปดิ้นมาจนเลือนหายไป

          พอรุ่งเช้าก็เล่าให้ท่านนบี(ศ็อลฯ) ท่านนบีก็กล่าวว่า "โอ้อิบนุ หุไดร์ จงอ่านต่อไป" เขาตอบว่า "ฉันเป็นห่วงว่าม้าจะทำร้ายยะหฺยาลูกชายฉัน เพราะยะหฺยาอยู่ใกล้ม้ามาก เมื่อฉันออกห่างจากม้าและเงยหัวดูท้องฟ้า ก็เห็นเงาที่

เต็มไปด้วยแสงเปรียบเสมือนมีดวงไฟส่องสว่างอยู่ ฉันมองจนแสงนั้นเลือนหายไป

       ท่านนบีกล่าวว่า "เจ้ารู้ไหมว่ามันคืออะไร"

       เขาก็ตอบว่า "ไม่รู้"

      ท่านนบีก็ตอบว่า "นั้นเป็นมะลาอิกะฮฺ เข้าใกล้เสียงของเจ้า ถ้าเจ้าอ่านจนรุ่งเช้า แน่นอนผู้คนก็จะได้เห็นเขาโดยที่ไม่มีอะไรมาปิดบัง"

 

 



[1] ประทานหลังจากที่ท่านนบี(ศ็อลฯ)ได้ฮิจเราะฮฺ(อพยพ)ไปมะดีนะฮฺแล้ว

[2] อัลบานีได้เขียนในหนังสือ เฎาะอีฟ อัตตัรมีซี ว่า หะดีษนี้เป็นหะดีษเฎาะอีฟ

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2009 เวลา 09:38 น.
 

ขับเคลื่อนโดย almustofa.com. Valid XHTML and CSS.