| อัลฟิกฮฺ อัลอิสลามี : บทนำที่ควรรู้ |
|
|
|
| เขียนโดย ibnu Mustofa |
| วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2009 เวลา 21:43 น. |
|
คำนำที่จำเป็นในศาสนบัญญัติ(ฟิกฮฺ) ก่อนที่จะศึกษาเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนบัญญัติในอิสลาม(ฟิกฮ) จำเป็นที่จะต้องรับรู้ในสิ่งต่อไปนี้
ความหมาย ศาสนบัญญัติ ( อัลฟิกฮฺ : الفقه ) และคุณสมบัติของฟิกฮฺ ฟิกฮฺ(الفقه) ตามความหมายทางภาษาคือ ความเข้าใจ[1] อัลลอฮฺได้ตรัสในอัลกุรอานว่า قَالُواْ يَا شُعَيْبُ مَا نَفْقَهُ كَثِيراً مِّمَّا تَقُولُ (พวกเขากล่าวว่า “โอ้ ชุอัยบ์เอ๋ย! เราไม่เข้าใจส่วนมากที่ท่านกล่าว”)[2] และ فَمَا لِهَـؤُلاء الْقَوْمِ لاَ يَكَادُونَ يَفْقَهُونَ حَدِيثاً (มีเหตุใดเกิดขึ้นแก่กลุ่มชนเหล่านี้ กระนั้นหรือ ที่พวกเขาห่างไกลที่จะเข้าใจคำพูด)[3]ความหมายเฉพาะหรือความหมายทางวิชาการแล้ว ท่านอิมามอะบูหะนีฟะฮฺ(เราะฮิมะฮุลลอฮฺ) ได้ให้ความหมาย อัลฟิกฮฺ ว่า “การเรียนรู้ของบุคคล สิ่งที่อยู่ในตัวเขาและสิ่งที่เขาจะต้องทำ”[4] การรับรู้(المعرفة) รับรู้ส่วนต่างๆอย่างมีหลักฐาน ในที่นี้หมายถึงสาเหตุของมัน นั้นคือ ความรู้ที่ได้มาโดยการทำตามหลักเกณฑ์หนึ่งและหลักเกณฑ์หนึ่งๆตามขั้นตอน ความหมายนี้เป็นความหมายในภาพรวม ครอบคลุมถึงข้อชี้ขาดด้านความเชื่อถือ เช่น ความจำเป็นของการศรัทธา(อิมาน)และสิ่งที่เกี่ยวข้อง จรรยามารยาท(อัคลาก) การสำรวมตัว(ตะศอฟวุฟ) ข้อชี้ขาดในการกระทำ อย่างหลักปฏิบัติการละหมาด การถือศีลอด การค้าขาย และอื่นๆ ตามความหมายที่วางไว้โดยอิมามอะบูหะนีฟะฮฺนี้ถือว่านี้เป็นฟิกฮฺอักบัรฺหรือศาสนบัญญัติที่ยิ่งใหญ่ โดยทั่วไปแล้วถือว่าคำจำกัดความนี้เป็นคำจำกัดความที่สอดคล้องกับยุคสมัยของท่าน ซึ่งไม่ได้แยกความรู้ศาสนาด้านอื่นๆ ต่อมาภายหลังได้แยกเป็นความรู้ศาสนาออกเป็นด้านต่างๆ เช่น - วิชาอิลมุกะลาม(เตาฮีด) เกี่ยวกับความรู้ในความเชื่อและหลักการยึดมั่น - วิชาจรรยามารยาท(อัคลาก) และการสำรวม(ตะศอฟวุฟ) เช่น การสันโดษละจากวัตถุ ความอดทน การยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น การที่จิตใจคงอยู่ในการทำละหมาด เป็นต้น เป็นการศึกษาในเรื่องที่เกี่ยวกับจิตและการยึดมั่น ส่วนศาสนบัญญัติ(ฟิกฮฺ)ที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน เนื้อหาจะเจาะจงความรู้เกี่ยวกับตัวบุคคลและข้อชี้ขาดในการกระทำที่เขาจะต้องกระทำ ดังนั้นกลุ่มหะนาฟียะฮฺจึงได้เพิ่มคำว่า “عملاً” (การกระทำ) เพื่อที่จะแยกเรื่องหลักการศรัทธาและจริยธรรมออกจากวิชาฟิกฮฺ อิมามชาฟีอี (เราะฮิมะฮุลลอฮฺ) ได้ให้ความหมายศาสนาบัญญัติ(ฟิกฮฺ) จนเป็นที่รู้จักกันดีและได้รับการยอมรับจากบรรดานักวิชาการ(อุละมาอฺ)ต่างๆ คือ อัลฟิกฮฺ หมายถึง “ความรู้ในข้อชี้ขาดทางศาสนาในเรื่องการปฏิบัติ ด้วยความรู้ที่ได้รับจากหลักฐานที่เป็นรายละเอียด”[5] ความหมายของคำว่า “ความรู้”(ในภาษาอาหรับใช้คำว่า العلم) ในที่นี้ คือ การรับรู้รวมถึงการรับรู้อย่างมั่นใจและการรับรู้ที่คาดเดา เพราะข้อชี้ขาดทางศาสนานั้นมีทั้งที่มีหลักฐานอย่างชัดแจ้งและมีทั้งที่มีหลักฐานจากการคาดคะเน ส่วนคำว่า “ข้อชีขาด” –ในความหมายนี้ใช้คำว่า- อัลอะหฺกาม (الأحكام) เอกพจน์ของคำนี้ คือ ฮุกมุน(حكم) หมายถึงเป็นไปตามที่ผู้ทรงบัญญัติชี้ขาด คือคำสั่งของอัลลอฮฺที่เกี่ยวกับการปฏิบัติของบ่าวของพระองค์ ทั้งที่เป็นภาคบังคับ เลือกกระทำหรือกำหนดขึ้นมา และ “คำสั่ง(خطاب)” ตามทัศนะของบรรดานักวิชาการ หมายถึง ประมวลร่องรอยของคำสั่งที่ได้เรียบเรียง เช่น คำสั่งให้ละหมาด ห้ามการฆ่าฟันตัดชีวิต อนุญาตให้ดื่มกิน และเงื่อนไขการอาบน้ำละหมาด เป็นต้น “ความรู้ในข้อชี้ขาด” ไม่รวมถึงความรู้ที่เกี่ยวกับองค์ของอัลลอฮฺ คุณลักษณะและการกระทำของพระองค์ “ทางศาสนา” (อัชชัรอียะฮฺ الشرعية) มาจากคำ อัชชัรอฺ(الشرع) จะไม่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ตามธรรมชาติที่สัมผัสได้ อย่างเช่น การส่องสว่างของดวงอาทิตย์ และไม่รวมถึงข้อชี้ขาดทางปัญญา อย่างเช่น หนึ่งเป็นครึ่งหนึ่งสอง หรือทั้งหมดใหญ่กว่าส่วนหนึ่ง และไม่รวมทั้งกฎเกณฑ์ทางภาษาหรือกฎที่ได้กำหนดขึ้นมา อย่างเช่น คำกริยา(ฟาอิล)ต้องมีลักษณะมัรฟูอฺ หรือความเกี่ยวข้องสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งในทางบวกหรือทางลบ เช่น นายไซด์ยืนหรือไม่ยืน เป็นต้น “การปฏิบัติหรือการกระทำ” (อัลอะมะลิยะห์ العملية) เกี่ยวข้องกับการกระทำทางใจ เช่น การตั้งเจตนา(นิยาต) หรือสิ่งที่มนุษย์กระทำขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับทางใจ เช่น การอ่านหนังสือ การละหมาด เป็นต้น ทั้งการกระทำที่มองเห็นได้และมองไม่เห็น บางอย่างเป็นเรื่องทฤษฎี เช่น ความแตกต่างทางศาสนาในเรื่องผู้ที่ถูกห้ามรับมรดก ไม่นับรวมถึงกฎเกณฑ์ทางวิชาการและการยึดมั่น เช่น หลักศาสนาบัญญัติและหลักศาสนา เช่นวิชาว่าด้วยความเป็นเอกะของพระเจ้าทั้งด้วยการได้ฟังและการมองเห็น ในบางครั้งจะเรียกการปฏิบัติว่า “ฟัรอียะฮฺ - الفرعية”(สาขา) ส่วนการยึดมั่นในการศรัทธาจะเรียกว่า “อัศลิยะฮฺ - الأصلية” (หลัก) “ที่ได้รับ” (อัลมุกตะซิบ-المكتسب) เป็นคำขยายความในลักษณะคุณศัพท์ของคำว่า อัลอิลมุ(ความรู้) หมายถึง ผลลัพธ์จากการพิจารณ์และความพยายามในการตีความ ไม่รวมถึงความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับอัลลออฮฺตะอาลา และความรู้ที่เกี่ยวกับมะลาอิกะฮฺของพระองค์ในเรื่องข้อชีขาดทางศาสนา และความรู้ที่ได้จากนบี(ศ็อลฯ)ที่ได้จากการประทาน(วะฮฺยู)จากอัลลอฮฺ เพราะความรู้เหล่านี้ไม่สามารถที่จะพยายามตีความและเป็นที่รู้แน่ชัดแล้วว่าไม่จำเป็นที่จะต้องอ้างถึงหลักฐานและการพิจารณา เช่น การที่ต้องละหมาดใน 5 เวลา ความรู้ในลักษณะนี้จะไม่เรียกว่าศาสนบัญญัติ(ฟิกฮฺ) เพราะไม่ได้มาจากการที่ได้รับจากค้นคว้าหรือการตีความในความรู้ “หลักฐานที่เป็นรายละเอียด” หมายถึง สิ่งที่มาในอัลกุรอาน หะดีษนบี ความเห็นตรงกันของบรรดาอุลามาอฺ(อิจมาอฺ) และการเทียบเคียงหรือการเปรียบเทียบ(กิยาส) ไม่รวมถึงความรู้จากการกระทำตามจากความเห็นพ้องกันของบรรดาอุลามาอุ เพราะการกระทำตาม(ตักลีด)ไม่ได้บ่งบอกถึงการแสดงถึงหลักฐานที่เป็นรายละเอียดในปัญหา เพียงแต่มีหลักฐานเดียวก็กระทำได้ในทุกการงาน จึงจำเป็นที่จะต้องถามผู้รอบรู้ การกระทำจึงจำเป็นอยู่บนฐานการวินิจฉัยของผู้รู้นั้น ... ดังนั้น ศาสนบัญญัติ(ฟิกฮฺ) จึงมีหลักการตามที่อัซซัรฺกะซี วางไว้ คือ “การรู้จักข้อชี้ขาดของสถานการณ์ต่างๆ ทั้งที่มาจากตัวบทและผลลัพธ์จากการวินิจฉัยของกลุ่มมัซฮับใดมัซฮับหนึ่งในบรรดากลุ่มมัซฮับต่างๆ” เนื้อหาของศาสนบัญญัติ(ฟิกฮฺ) คือ การกระทำของผู้ที่ถูกให้กระทำ(มุกัลลัฟ)ในเรื่องนั้นๆ บางครั้งให้กระทำ เช่น การละหมาด บางครั้งให้ละทิ้ง เช่น ความโกรธ หรือให้เลือกกระทำ เช่น การกิน ผู้ที่ถูกให้กระทำ(มุกัลลัฟ) คือ คนที่บรรลุศาสนภาวะ มีปัญญา ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการกระทำที่ถูกบังคับในเรื่องศาสนา [1] กล่าวกันว่าว่า ฟักกะฮะ เหมือนกับความหมาย อัลละมา (เรียนรู้) หมายถึง เข้าใจจริง ทั้งที่เป็นการเข้าใจอย่างละเอียดหรือเข้าใจพื้นๆ อัลลอฮฺได้ตรัสว่า “ِّيَتَفَقَّهُواْ فِي الدِّينِ” (เพื่อหาความเข้าใจในศาสนา)(อัตเตาบะฮฺ 9/122) [2] สูเราะฮฺ ฮูด 11/91 [3] สูเราะฮฺ อันนิซาอฺ 4/78 [4] مرآة الأصول : 44/1 , التوضيح لمتن التنقيح : 1/10 |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2009 เวลา 06:41 น. |